Lifestyle Articles


Review "บ้านกกกอด กาญจนบุรี" ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน ฟินกับวิวภูเขาใกล้ ๆ เมืองกรุง

January 24, 2019 06:00

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน จากคำสัญญาของบทความที่แล้วที่เราบอกว่าจะพาเที่ยวบ้านกกกอด อีกหนึ่งแลนมาร์คของกาญจนบุรี ขอบอกว่ามาตามสัญญาแล้วนะคะ โดยเราจะขอรีวิวตั้งแต่ขึ้นรถจากเอราวัณมาเลยค่ะ บอกพี่คนขับว่า "พี่คะ ลงแยกโป่งปัดค่ะ" เมื่อถึงแยกโป่งปัด พี่เขาจะจอดให้เราเองเลย นั่งรอตรงป้อมตำรวจก็ได้นะคะ ระหว่างนั้นก็โทรให้ทางรีสอร์ทมารับ ไม่สนับสนุนให้เดินเข้าไปนะคะ เพราะว่าทางเปลี่ยวมากค่ะ แล้วก็ไกลมากเลยด้วย
นั่งรถมาได้สักพักหนึ่งเราก็จะถึงหน้ารีสอร์ทกันแล้วล่ะค่ะ

ทางเข้าของที่นี่จะโดดเด่นด้วยดอกพวงชมพูที่อยู่ริมทางเดินนั่นเองค่ะ

บ้านที่เราเลือกพักเป็นบ้านที่ชื่อว่า "บ้านชมดาวค่ะ" จุดเด่นก็คือมีห้องน้ำในตัว มีดาดฟ้าสำหรับชมดาวตอนกลางคืน และชมวิวตอนเช้า ๆ เย็น ๆ ได้แบบฟิน ๆ เลยนะคะ

วิวจากลานชมวิวบ้านชมดาวบนดาดฟ้าค่ะ

ลักษณะของบ้านชมดาวจะเป็นแบบนี้ค่ะ

ทางเดินหน้าบ้านชมดาวก็จะฟินแบบนี้ค่ะ

เมื่อเก็บกระเป๋าแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาเดินทางไปถ่ายรูปที่แลนมาร์คของที่นี่ นั่นก็คือบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนา และสะพานไม้ไผ่ ที่เดินแล้วมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด ก๊อบแก๊บแม้จะพยายามย่องสักเพียงใดก็ตาม ให้รูปเล่าเรื่องกันเลยเนอะ

โคมไฟของที่นี่ กลางคืนก็สวยนะคะ

ทางเดินที่ทอดยาวไปยังเขื่อนนั่นเองค่ะ

นี่คือเรานั่งริมท่าน้ำแล้วถ่ายภาพ เป็นไงคะ วิวหลักล้านมากเลยเนอะ

อยากหยุดเวลาไว้ที่นี่จังเลยเนอะ

คนที่มาพักสามารถพายเรือของที่นี่ได้นะคะ แต่เราว่ายน้ำไม่เป็นเลยไม่กล้าเสี่ยงอ่ะค่ะ

งื้อ วิวสวยมาก ๆ บรรยากาศดีที่สุด

เอาจริง  ๆ เราเพิ่งเข้าใจความหมายของการมานั่งโง่  ๆ หรือนอนโง่  ๆ แล้ว หมายถึงการนั่งคิดแบบไม่คิดอะไร ใจมันโล่ง ๆ ว่าง ๆ ไม่มีอะไรให้กังวล มองสายน้ำ ท้องฟ้า ภูเขาอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วจิตใจมันสงบได้

มันเหมือนกับช่วงที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตแบบเร่งรีบตลอด ตื่นเช้ามาก็มีภารกิจทำงาน มันก็เหมือนกับเราอยู่ไม่นิ่งตลอดเวลา

นี่ก็เป็นอีกสะพานหนึ่งและจุดชมวิวอีกหนึ่งที่ค่ะ มองเห็นต้นกกมากมาย สมกับชื่อ "บ้านกกกอด"

ชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะทำงานหนัก เห็นคำคมแล้วก็รู้สึกว่าเป็นคำคมที่ดีเนอะ ออกมาเที่ยวกันค่ะ

ส่วนของสวนสวยที่นี่ แม้จะไม่ได้ปลูกดอกไม้อะไรมากมายแต่เราว่าตกแต่งได้ดีมากเลยค่ะ

ส่วนของสวนจะอยู่ด้านหน้าบ้านพักที่ชื่อว่าบ้านพฤกษา ห้องน้ำแยก สะดวกสบายดีค่ะ

มีน้ำพุอยู่ด้านหลังบ้านพัก ได้ยินเสียงน้ำไหลแล้วใจมันสงบเนอะ

บึงบัวหลวงที่นี่ก็มีนะ ริมบึงก็เป็นบ้านพักอีกโซนหนึ่งเช่นกันค่ะ

เราเดินชมสวนสักพัก ก็มานั่งเล่นตรงโซนเปลรังนกนี้ด้วยค่ะ อยู่ด้านบนของส่วนห้องอาหารที่รับประทานอาหารเช้ากันนั่นเอง


นี่เป็นวิวยามเย็นของที่นี่ค่ะ เห็นแล้วสงบใจมาก ๆ เลยนะเนี่ย

ส่วนนี่ก็คือที่หลับที่นอนของเราในคืนนี้ค่ะ เป็นบ้านพักออกแนววินเทจเนอะ เพราะพื้นเป็นไม้ แล้วก็มีมุ้งให้ลองนอนกันด้วยล่ะ เราว่าฟินได้บรรยากาศมากเลยนะเนี่ย

ในที่สุดก็ถึงเวลาเช้าสักที อีกหนึ่งโมเม้นท์ที่คนที่มาพักรีสอร์ตนี้ตั้งตารอก็คือการชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขานั่นเองค่ะ เห็นไหมคะ แสงสีส้มอมชมพูโผล่มาแล้วล่ะ

เราชอบบรรยากาศตอนที่นั่งรอดวงอาทิตย์ขึ้นที่สุด เราชงกาแฟมาแก้วหนึ่ง มานั่งที่ท่าน้ำ นั่งรอดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างสงบ มีคนในรีสอร์ทมารอดูเหมือนกัน เค้าก็ลุ้นกันนะ แบบ "มาแล้ว ๆ สีส้ม ๆ แดง ๆ " อะไรแบบนี้ ก็คึกคักไปอีกแบบ

นี่คือกาแฟที่เราชงมากินค่ะ เห็นไหมคะ ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ที่พื้นม้านั่งเลยอ่ะ น้ำค้างแรงมาก

ระหว่างที่รอดวงอาทิตย์มีชาวบ้านขับเรือออกไปหาปลา บรรยากาศธรรมชาติมาก

ในที่สุด คุณพระอาทิตย์ก็โผล่มาแล้ว

บรรยากาศดีมากถึงมากที่สุด ตอนที่เราไปอากาศไม่หนาวมาก พอเย็น ๆ ค่ะ

ในที่สุด ก็มีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาสักที ถ้าเรามีกล้องดี ๆ ภาพคงจะงดงามกว่านี้แน่นอน

หลังจากที่ชมดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราก็มาทานอาหารเช้าค่ะ อาหารเช้าที่นี่มีทั้งแบบไทยคือข้าวต้ม และแบบอเมริกัน โดยแบบอเมริกันจะเสิร์ฟให้ทุกคนอยู่แล้ว แค่แจ้งห้องที่เราพักเค้าก็จะยกมาเสิร์ฟ ส่วนข้าวต้มตักเองได้นะคะ

นี่เป็นโซนทานอาหารค่ะ ทานไปชมวิวไป คือดี คือฟินมาก

หลังจากที่ทานอาหารเช้าแล้ว เราก็นั่งเล่นที่เปลรังนก ถ่ายรูปในรีสอร์ต  และที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมน่ารัก ๆ ก็คือการทำป้ายไม้ให้เราเขียนชื่อแล้วเอาไปแขวนได้ สำหรับคนที่อยากสลักรอยจารึกเอาไว้

แก๊งห่านเดินไปทั่วรีสอร์ตเลยค่ะ

จากนั้นเราก็เตรียมเก็บกระเป๋า ซึ่งหากใครที่ไม่มีรถมา ก็รอให้รีสอร์ตออกไปส่งได้ค่ะ ทางรีสอร์ตจะส่งที่แยกโป่งปัดเวลา 10.00 น. ระหว่างรอรถออก เราก็ไปถ่ายรูปแก๊งห่าน ที่นี่มีสัตว์เลี้ยงหลายอย่างค่ะ สุนัข แมว ห่าน แต่ละนางก็เป็นมิตรกับคนที่มาพักมาก ๆ เลยล่ะ

ในที่สุดก็ต้องกลับแล้ว ไม่อยากกลับเลย อยู่ต่อหน่อยได้ไหม อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ที่นี่สักพัก แต่ชีวิตคนเราก็ต้องเดินหน้าต่อค่ะ เราก็นั่งรถกระบะที่รีสอร์ทออกมาส่งที่แยกโป่งปัด แล้วก็รอรถกาญจนบุรี - เอราวัณ ซึ่งรอสักประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะคะ ขอสนับสนุนให้เพื่อน ๆ ออกไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตกันค่ะ มันคุ้มค่ามากจริง ๆ

Credit source: sistacafe.com




Posted in: Travel

Comments

สมใจ สังคชัยเจริญ
สมใจ สังคชัยเจริญ
Thursday, January 24, 2019 10:16 AM
THANK YOU
Prakarn Lunjanasatienchai
Prakarn Lunjanasatienchai
Thursday, January 24, 2019 11:37 AM
บรรยากาศ​น่าไปพักผ่อน​ครับ
Athikhom Suthatsanasuang
Athikhom Suthatsanasuang
Thursday, January 24, 2019 2:11 PM
ขอบคุณครับ
Surachai Banyongponglert
Surachai Banyongponglert
Thursday, January 24, 2019 11:10 PM
thanks
อภิสิทธิ์ สังเรือง
อภิสิทธิ์ สังเรือง
Saturday, January 26, 2019 9:16 AM
สวนน่าไป
oj j
oj j
Tuesday, January 29, 2019 9:05 PM
Thana Kaweewong
Thana Kaweewong
Friday, February 15, 2019 3:22 PM
..............................
Panya Likhitsirisap
Panya Likhitsirisap
Friday, March 29, 2019 8:56 AM
ขอบคุณครับ
Panya Likhitsirisap
Panya Likhitsirisap
Saturday, April 6, 2019 12:58 AM
ขอบคุณครับ

Post Comment

Only registered users may post comments.